นาย M. Venkaiah Naidu รองประธานาธิบดีคนใหม่ของอินเดีย

หลังจากที่อินเดียมีประธานาธิบดีคนใหม่ไปเมื่อเดือนที่แล้ว ในเดือนสิงหาคมนี้อินเดียก็กำลังจะมีรองประธานาธิบดีคนใหม่อีกหนึ่งตำแหน่ง โดยนาย Mohammad Hamid Ansari (นายโมฮัมมัด ฮามิด อันสารี) รองประธานาธิบดีคนปัจจุบันกำลังจะครบวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 10 สิงหาคม 2560

โดยเมื่อค่ำวันที่ 4 สิงหาคม 2560 คณะกรรมการเลือกตั้งแห่งอินเดียได้ออกมาประกาศผลการเลือกตั้งว่า นาย M. Venkaiah Naidu (นายเอ็ม. เวงแกยา นายดู) ผู้สมัครจากพรรค BJP ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีคนใหม่ของอินเดีย โดยสามารถเอาชนะนาย Gopalkrishna Gandhi คู่แข่งซึ่งเป็นหลานปู่ของมหาตมะคานธี ด้วยคะแนนเสียงสนับสนุน 516 คะแนน ต่อ 244 คะแนน ทั้งนี้ การเลือกตั้งรองประธานาธิบดีอินเดียเป็นการเลือกตั้งผ่านระบบผู้แทน (electoral college) เช่นเดียวกับการเลือกตั้งประธานาธิบดี ต่างกันที่ผู้แทนดังกล่าวเป็นสมาชิกรัฐสภาส่วนกลาง ไม่รวมสมาชิกรัฐสภาท้องถิ่น ซึ่งปีนี้มีสมาชิกสภามาใช้สิทธิ์จำนวน 771 คน และในจำนวนนี้มีบัตรเสีย 11 ใบ

ผลการเลือกตั้งเป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ เนื่องจากขณะนี้ พรรคร่วมรัฐบาล หรือ NDA (National Democratic Alliance) ซึ่งนำโดยพรรค BJP มีฐานเสียงข้างมากในโลกสภา หรือ สภาล่าง  (337 ที่นั่งจาก 545 ที่นั่ง) และมีที่นั่งจำนวนมากในราชยสภา หรือ สภาสูง  (80 ที่นั่งจาก 245 ที่นั่ง) อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากพรรคการเมืองที่มิใช่ NDA อาทิ AIADMK TRS และ YSR Congress

การที่พรรค BJP เลือกส่ง นาย Naidu ลงสมัครตำแหน่งดังกล่าว นักวิเคราะห์มองว่า เป็นยุทธศาสตร์หาคะแนนเสียงจากภาคใต้ของอินเดีย โดย นาย Naidu เป็นผู้มีอิทธิพลทางตอนใต้ ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สมดุลกับประธานาธิบดีราม นาถ โกวินด์ ที่มาจากรัฐอุตตรประเทศทางตอนเหนือของอินเดีย ทั้งนี้ ก่อนลงสมัครรับเลือกตั้ง นาย Naidu เป็นรัฐมนตรีควบคุม 3 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงพัฒนาชุมชนเมือง (Ministry of Urban Development) กระทรวงเคหะและการขจัดความยากจนในเมือง (Ministry of Housing and Urban Poverty Alleviation) และ กระทรวงกิจการรัฐสภา (Ministry of Parliamentary Affairs) โดย นาย Naidu เป็นรัฐมนตรีอาวุโสลำดับที่ 5 ในคณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบัน รองจาก นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรี นายราชนาถ สิงห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นางสุษมา สวราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายอรุณ เชฏลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

เมื่อพิจารณาดูแล้วจะเห็นว่า ผลการเลือกตั้งรองประธานาธิบดีอินเดียครั้งนี้นับเป็นอีกชัยชนะหนึ่งของพรรค BJP โดยต่อเนื่องมาจากชัยชนะในการเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติใน 5 รัฐ เมื่อเดือนมีนาคม 2560 และชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีอินเดียเมื่อเดือนกรกฎาคม 2560 ปัจจุบัน นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองอินเดียที่มีผู้แทนจากพรรค BJP ดำรงตำแหน่งสำคัญตามรัฐธรรมนูญถึง 4 ตำแหน่ง ได้แก่ ประธานาธิบดี รองประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี และ ประธานโลกสภา

ปรากฏการณ์ทางการเมืองเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงเสถียรภาพและความแข็งแกร่งของรัฐบาลพรรค BJP ซึ่งค่อนข้างเป็นที่แน่นอนว่าพรรค BJP น่าจะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2562 โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญ คือ ความสำเร็จในการขยายอิทธิพลของพรรค BJP และพันธมิตรในรัฐต่าง ๆ โดยปัจจุบัน NDA มีอิทธิพลใน 18 รัฐ จากเดิมที่มีเพียง 6 รัฐ ในปี 2557 และ ล่าสุด นาย Nitish Kumar มุขมนตรีรัฐพิหาร หัวหน้าพรรค Janata Dal (United) ก็ได้เปลี่ยนท่าทีมาร่วมมือกับพรรค BJP ซึ่งเป็นการเพิ่มอิทธิพลของพรรค BJP ในรัฐพิหาร และในระยะยาวน่าจะทำให้ BJP มีจำนวนพันธมิตรในรัฐสภาเพิ่มขึ้นซึ่งส่งผลดีต่อการผ่านร่างกฎหมายต่าง ๆ ของรัฐบาลต่อไป

อย่างไรก็ดี หลายฝ่ายยังคงมีความกังวลว่า มีความเป็นไปได้ที่ความแข็งแกร่งและอำนาจของพรรค BJP ซึ่งรวมศูนย์ภายใต้การตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีโมดี และนายอมิต ชาห์ ประธานพรรค จะนำมาซึ่งอำนาจเผด็จการในการทำให้อินเดียเป็นรัฐฮินดูขวาจัด ปัญหาสิทธิพลเรือน และปัญหาการปฏิรูปเศรษฐกิจอินเดีย ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องติดตามต่อไป

photo courtesy to www.theweek.in

* * * * * * * * *

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี
8 สิงหาคม 2560