ประกันไว้ ไม่กลัว!

ปัจจุบัน คนไทยนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวที่อินเดียมากขึ้น ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ตัวเลขนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางมาเที่ยวอินเดียเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 130,000 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 60 ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา* อินเดียได้ปรับเปลี่ยนรูปโฉมจากประเทศที่คนไทยได้ยินชื่อแล้วต้องเลิกคิ้วสงสัยและอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถามว่า “เธอจะไปทำอะไรที่อินเดีย สกปรกนะ ลำบากจะตาย ระวังจะโดนหลอกด้วย” เห็นได้ว่า คนไทยเริ่มมองอินเดียใหม่ อินเดียในปัจจุบันกลายเป็นประเทศที่มีเสน่ห์น่าค้นหาและเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมสำหรับคนไทย ทั้งนี้ อาจเนื่องมาจากรายการโทรทัศน์ต่าง ๆ มาถ่ายทำที่อินเดียมากขึ้น นำเสนอภาพภูมิประเทศและธรรมชาติที่สวยงามพร้อมทั้งแสดงให้เห็นความรุ่มรวยทางวัฒนธรรมของอินเดียในมุมที่เราอาจไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน ส่งผลให้คนไทยทั้งเด็กและผู้ใหญ่นิยมเดินทางมาเที่ยวอินเดียมากขึ้นและมีแนวโน้มที่จะวางแผนเดินทางมาท่องเที่ยวกันเองโดยไม่พึ่งบริษัททัวร์มากขึ้นเช่นกัน

Pangong Lake / Photo Courtesy : Patamon Panchavinnin

ในช่วงเดือนเมษายนไล่มาจนถึงต้นเดือนตุลาคม เมืองเลห์ (Leh) จังหวัดลดาข (Ladakh) แคว้นชัมมูร์และแคชเมียร์ (Jammu and Kashmir) เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ฮอตฮิตและถือว่า happening มากสำหรับนักท่องเที่ยวไทยในช่วงนี้ การได้นั่งรถยนต์หรือขี่มอเตอร์ไซค์คันใหญ่ไต่ระดับความสูงกว่า 4,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลขึ้นไปต่อสู้กับอากาศที่เบาบางเพื่อแลกมากับความงามชวนให้หยุดหายใจของภูมิประเทศในจังหวัดลดาขซึ่งได้รับการขนานนามว่า “ทิเบตน้อย” และทะเลสาบปางกงอันเลื่องชื่อ รวมทั้งการได้นอนชมทางช้างเผือกสว่างไสวในคืนฟ้ามืด อาจเป็นความประทับใจที่ไม่รู้ลืม แต่หากเราไม่ระมัดระวัง อุบัติเหตุที่จะทำให้เราจำไม่รู้ลืมก็อาจรอเราอยู่ที่หัวเลี้ยวถัดไปเช่นกัน

View from Leh Palace / Photo Courtesy : Patamon Panchavinnin

ในช่วงเช้าของวันเสาร์หนึ่งในเดือนกันยายน สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์ Hotline ว่า นักท่องเที่ยวชาวไทยประสบอุบัติเหตุรถยนต์ที่เมืองเลห์เนื่องจากคนขับรถเช่าหลับใน ทำให้รถเสียหลักตกหน้าผา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บ 3 ราย ต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลในพื้นที่ และหลังจากนั้นเพียง 2-3 สัปดาห์ต่อมา มีนักท่องเที่ยวชาวไทยอีกกลุ่มขี่รถมอเตอร์ไซต์ท่องเที่ยวในเลห์และเกิดอุบัติเหตุรถเสียหลักล้มลงส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บ 1 ราย…

หลังจากได้ทราบเหตุการณ์ทั้งสองที่เกิดขึ้นไล่เลี่ยกันแล้ว นอกเหนือจากคำถามที่อาจโผล่ขึ้นในใจระหว่างวางแผนการท่องเที่ยว เช่น ทำวีซ่าอย่างไร อากาศร้อนหรือหนาวแค่ไหน จะต้องเอาเสื้อผ้าประเภทใดไปกี่ตัว ห้องน้ำสภาพดีหรือเปล่า ยาดมควรเอาไปกี่อัน ฯลฯ ผู้เขียนขอชักชวนให้ลองพิจารณาอีกหนึ่งคำถามสำคัญว่าเราควรซื้อประกันการเดินทางด้วยดีไหม (ผู้เขียนขอยกมือสนับสนุนว่า ดีมาก!)

Picture Courtesy : Tokio Marine HCC

นักท่องเที่ยวหลายคนอาจถามญาติผู้ใหญ่ที่เคยเดินทางไปต่างประเทศหรือหาข้อมูลในเว็บไซต์ต่าง ๆ ว่าการทำประกันการเดินทางมีความจำเป็นหรือไม่ ซึ่งคำตอบก็อาจจะหลากหลายกันไป บางคนดวงดีดวงเด่นบินสิบครั้งท่องเที่ยวสิบประเทศก็ไม่เคยเจอเหตุการณ์แปลกประหลาดหรือเรื่องเจ็บตัวเลย แต่หากสอบถามผู้ที่เคยประสบปัญหามาก่อนเคยตกระกำลำบากในต่างประเทศก็คงได้รับคำแนะนำให้ทำประกันการเดินทางอย่างแน่นอน

ผู้เขียนเองไม่เคยประสบปัญหาสายการบินล่าช้า สิ่งของสูญหาย เจอภัยพิบัติ หรือสะดุดขาอูฐอินเดียแล้วหกล้มได้แผล แต่ก็อยากจะขอเชียร์สุดใจ ไม่ว่าจะเดินทางไปท่องเที่ยวที่ไหน ขอให้นักท่องเที่ยวทุกคนทำประกันการเดินทางก่อนจะสะพายเป้ขึ้นหลังออกจากบ้านเถิดจะเกิดผลดีเราจะได้มีเครื่องมือประกันความเสี่ยงหากเกิดปัญหาหรือเหตุการณ์ไม่คาดฝันต่าง ๆ โดยเฉพาะหากเดินทางท่องเที่ยวหลายวัน เดินทางไปในประเทศที่ค่ารักษาพยาบาลแพง หรือเป็นทริปท่องเที่ยวแนวผจญภัยที่มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุสูง การมีประกันการเดินทางจะทำให้เราท่องเที่ยวได้อย่างอุ่นใจมากขึ้น ตอนก้าวเท้าออกจากบ้านคงไม่มีใครคาดคิดว่าเราจะพบเจออุบัติเหตุ และแม้ว่าจากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นจะพบว่า การเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่เมืองเลห์มีเปอร์เซ็นต์ต่ำมาก แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุก็คงไม่มีใครกล้าฟันธง ถึงเราไม่เปิดประตูต้อนรับ แต่อุบัติเหตุก็อาจมาเยือนเราอย่างไม่คาดฝันดังเรื่องที่เล่าไปข้างต้นได้

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่เมืองเลห์ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี ได้ช่วยประสานงานการ ส่งศพผู้เสียชีวิตกลับประเทศไทย โดยการส่งศพกลับจากอินเดียนั้นมีค่าธรรมเนียมอยู่ที่ประมาณ 80,000-100,000 บาท (หรืออาจสูงกว่านี้) นอกจากค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลตนเอง ความเศร้าโศกเสียใจกับการจากไปของเพื่อน/ญาติแล้ว หากยังต้องมาแบกรับภาระค่าใช้จ่ายจากการส่งศพจำนวนมากนี้ด้วยแล้ว การมาท่องเที่ยวพักผ่อนในระยะเวลาสั้น ๆ คงกลับกลายเป็นเป็นบทเรียนความทรงจำฝังใจไปเสีย

Pangong Lake / Photo Courtesy : Patamon Panchavinnin

ขอแอบกระซิบข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่า นักท่องเที่ยวทั้งสองกรณีที่เมืองเลห์ข้างต้นไม่ใช่นักท่องเที่ยวชาวไทยกลุ่มแรก ๆ ที่มาประสบอุบัติเหตุและเสียชีวิตในอินเดีย ในแต่ละปีสถานเอกอัครราชทูตฯ จะได้รับแจ้งกรณีคนไทยล้มป่วยฉุกเฉินหรือเสียชีวิต รวมถึงคนไทยที่ประสบปัญหา ที่ทำให้จำเป็นต้องเลื่อนการเดินทาง เช่น ถูกขโมยทรัพย์สินและพาสปอร์ต เป็นจำนวนไม่น้อย ซึ่งกรณีเหล่านี้นำมาซึ่งค่าใช้จ่ายที่มากเกินกว่าค่าประกันภัยการเดินทางมากมาย รู้อย่างนี้แล้วจะรอช้าอยู่ไย รีบไปทำประกันการเดินทางกันดีกว่า

นักท่องเที่ยวชาวไทยควรทำประกันการเดินทางให้ครอบคลุมอุบัติเหตุการเจ็บป่วยและกรณีเสียชีวิต เพื่อลดภาระทางการเงินในกระเป๋าในกรณีที่เกิดเหตุขึ้น ปัจจุบัน บางกรมธรรม์ยังคุ้มครองผู้ทำประกันในกรณีความล่าช้าของกระเป๋าเดินทาง สัมภาระเสียหายหรือเงินและเอกสารสูญหายด้วย โดยเบี้ยประกันมีราคาไม่แพง สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 200 – 700 บาท และมีตัวเลือกหลากหลาย การลงทุนเพียงไม่กี่ร้อยบาทของท่าน อาจช่วยดูแลค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศได้สูงสุดถึง 1,000,000 บาท และในกรณีเสียชีวิต จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนย้ายศพกลับประเทศไทย 2,000,000 บาท (สวดมนต์ให้ทุกท่านโชคดีไม่ต้องใช้บริการนี้) และครอบครัวจะได้รับผลประโยชน์ถึง 1,500,000 บาท เมื่อเห็นจำนวนเลขศูนย์ของค่าใช้จ่ายที่ประกันคุ้มครองแล้วคงไม่ต้องคิดนานเลยว่าเป็นการลงทุนหลักร้อยที่คุ้มค่าจริง ๆ

ทิ้งท้ายก่อนจาก นอกจากจะมีประกันการเดินทางให้อุ่นใจในกระเป๋าแล้ว ผู้เขียนเห็นว่า หากเราท่องเที่ยวโดยเตรียมความพร้อมหาข้อมูลการเดินทาง ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของโรงแรมที่พัก บริษัทเช่ารถยนต์ คาดเข็มขัดนิรภัย สวมหมวกกันน็อก ตรวจสอบสภาพอากาศ เหตุการณ์ความสงบ/ไม่สงบในพื้นที่ ข้อมูล Dos and Don’ts มีสติอยู่ตลอดเวลา และที่สำคัญทำประกันการเดินทางท่องเที่ยวมาด้วยเรียบร้อยแบบนี้ ก็ไม่มีอะไรน่าห่วงกังวล ถึงเวลาก้าวขาออกจากบ้านแล้ว! เที่ยวกันให้สนุกนะคะ!

หมายเหตุ :
*ข้อมูลอ้างอิง: สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองอินเดีย (Bureau of Immigration) และกระทรวงการท่องเที่ยวอินเดีย (Ministry of Tourism)

***************

ดวงกมล เกียรติบำรุง
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี
17 ตุลาคม 2560