ประกาศเรื่องการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah) ที่รัฐเกรละ

     ประกาศสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเจนไน
                      เรื่อง  การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah) ที่รัฐเกรละ

—————-

ตามที่ได้ปรากฏการรายงานข่าวของสื่อมวลชนเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ‘นิปาห์’ (Nipah) ที่รัฐเกรละซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของอินเดียตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม 2561 และกระทรวงสาธารณสุขอินเดียได้ประกาศยืนยันว่า มีจำนวนผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสดังกล่าว 12 ราย นั้น

แม้ว่าการระบาดของเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah) ยังคงเป็นการระบาดเฉพาะในรัฐเกรละและยังไม่มีการยืนยันการติดเชื้อไวรัสในรัฐอื่นๆ แต่รัฐเกรละได้มีประกาศเตือนผู้ที่จะเดินทางไปยังรัฐเกรละในช่วงนี้ ให้พยายามหลีกเลี่ยงเมืองโคชิโคด (Kozhikode) มาลัพปุราม (Malappuram) เวยานาท (Waynad) และคานนูร์ (Kannur) เนื่องจากเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสดังกล่าว ซึ่งสามารถแพร่กระจายและเป็นอันตรายต่อชีวิตได้

เชื้อไวรัสนิปาห์เป็นเชื้อที่สามารถแพร่จากสัตว์สู่มนุษย์หรือสู่สัตว์ด้วยกันได้ และคาดว่ามีค้างคาวผลไม้เป็นพาหะนำเชื้อโรค โดยผู้ติดเชื้อจะมีอาการคล้ายเป็นหวัด มีไข้สูง ปวดเมื่อย กล้ามเนื้อสมองอักเสบ หรืออาจมีอาการไข้ร่วมกับอาการทางระบบประสาท เช่น วิงเวียนศีรษะ ซึม สับสน หรือชัก มีความดันโลหิตและชีพจรแปรปรวนและอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

สถานกงสุลใหญ่ฯ จึงขอให้ประชาชนชาวไทยเพิ่มความระมัดระวังตัว โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในรัฐเกรละและพื้นที่ใกล้เคียง และหากเป็นไปได้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงซึ่งอาจเป็นแหล่งติดเชื้อ หมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอและใช้หน้ากากอนามัยปิดปากและจมูก หากมีความจำเป็นต้องเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงดังกล่าว

 

มาตรการการป้องกันการติดเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah)

  1. ล้างผลไม้และผักให้สะอาดก่อนรับประทาน และไม่ควรรับประทานผลไม้หรือผักสดที่ไม่ได้ทำความสะอาดก่อน
  2. ล้างมืออย่างสม่ำเสมอ
  3. ควรให้สัตว์เลี้ยงอยู่ภายในอาคารและไม่ให้กินอาหารภายนอกเนื่องด้วยสัตว์เลี้ยงสามารถติดเชื้อไวรัสจากการกินเศษอาหารที่ค้างคาวผลไม้กินเหลือไว้
  4. หลีกเลี่ยงพื้นที่และจุดต่างๆ ที่ค้างคาวผลไม้อาศัยอยู่ และ/หรือบินผ่าน เนื่องจากค้างคาวผลไม้อาจทิ้งสารคัดหลั่ง เช่น น้ำลาย ปัสสาวะหรือมูลค้างคาวไว้
  5. ควรใช้หน้ากากอนามัยหากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงหรือคิดว่ามีบุคคลใกล้เคียงอาจติดเชื้อ (มีอาการไอและจามบ่อยๆ) เนื่องด้วยการติดเชื้อส่วนใหญ่ระหว่างคนด้วยกันจะสารคัดหลั่งจากระบบทางเดินหายใจ เช่น น้ำมูก น้ำลาย (respiratory secretions)
  6. หลีกเลี่ยงการกินอาหารและใช้ของใช้ร่วมกันกับบุคคลที่อาจมีอาการไอและจามอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ หากสงสัยว่ามีบุคคลในครอบครัวของท่านติดเชื้อไวรัสดังกล่าว นอกจากพบแพทย์แล้ว ขอความกรุณาแจ้งให้สถานกงสุลใหญ่ฯ ทราบด้วย ที่หมายเลขโทรศัพท์ + 919790831391 +919940645450 และ +91 4442300730 ต่อ 102-105  รวมทั้งโปรดติดตามข่าวสารจากสื่อหรือ
สถานกงสุลใหญ่ฯ อย่างใกล้ชิดต่อไป

————————————-

สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเจนไน