การศึกษา

ความสัมพันธ์ด้านการศึกษา

คุณภาพการศึกษาของอินเดียเป็นที่ยอมรับในหมู่ผู้ปกครองไทยที่นิยมส่งบุตรหลานไปเรียนต่อในต่างประเทศนักศึกษาไทยเดินทางมาศึกษาต่อที่อินเดียสามารถแยกเป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ 1) ระดับประถมและมัธยมศึกษา และ 2) ระดับอุดมศึกษาหรือระดับปริญญา ปัจจุบันมีนักเรียนไทยและนักศึกษาไทยศึกษาอยู่ในอินเดียทั้งสิ้นประมาณ 1,500 คน แบ่งเป็นนักเรียนระดับประถมและมัธยม ประมาณ 870 คน และนักศึกษาในระดับอุดมศึกษาประมาณ 630 คน

จุดแข็งของการศึกษาในอินเดียคือวิชาการที่เข้มข้นไม่เน้นการท่องจำแต่เน้นการทำความเข้าใจและการลงมือปฏิบัติการใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อในการเรียนการสอนระเบียบวินัยที่เคร่งครัดและการมีโควต้านักศึกษาต่างชาติรองรับกล่าวคือรัฐบาลอินเดียส่งเสริมให้อินเดียเป็นศูนย์กลางด้านการศึกษาจึงออกกฎให้มหาวิทยาลัยในบางคณะรับนักศึกษาต่างชาติในระบบโควต้าทำให้นักศึกษาต่างชาติสามารถเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำของอินเดียได้โดยไม่ต้องผ่านการสอบแข่งขัน

นโยบายของสถานเอกอัครราชทูตฯ

1) การส่งเสริมให้อินเดียเป็นประเทศทางเลือกใหม่สำหรับนักศึกษาไทยมุสลิมแทนการไปศึกษาในบางประเทศที่มีแนวคิดสุดโต่ง

อินเดียเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ควรส่งเสริมให้นักศึกษาไทยมุสลิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เดินทางไปศึกษา เพราะเป็นประเทศประชาธิปไตย ยอมรับในความหลากหลายทางสังคม วัฒนธรรม เชื้อชาติ และศาสนา และที่สำคัญ อินเดียยังเป็นประเทศที่มีชาวมุสลิมมากเป็นอันดับสามของโลก (ประมาณ 180 ล้านคน) รองจากอินโดนีเซียและปากีสถาน และเป็นประเทศมุสลิมสายกลางที่รัฐบาลคอยสอดส่องติดตามป้องปรามแนวคิดสุดโต่งของชาวมุสลิม นอกจากนี้ จากการที่อินเดียเคยอยู่ภายใต้การปกครองและรับอารยธรรมอิสลามมาเป็นเวลาหลายร้อยปี ทำให้อินเดียมีมหาวิทยาลัยมุสลิมเก่าแก่ที่มีความเข้มข้นทางวิชาการไม่แพ้มหาวิทยาลัยชั้นนำอื่นๆ ทั้งในอินเดียและโลกมุสลิม อาทิ มหาวิทยาลัยอาลีกาห์มุสลิม (Aligarh Muslim University – AMU)

AMU เป็นมหาวิทยาลัยมุสลิมสายสามัญแห่งแรกของอินเดีย ก่อตั้งเมื่อ พ.. 2418 ถอดแบบอาคารเรียนหอพัก มาจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์และออกซ์ฟอร์ด จากการจัดอันดับเมื่อปี 2556 AMU ติดอันดับ 1 ใน 10 ของมหาวิทยาลัยชั้นนำด้านวิชาการ ปัจจุบันมีนักศึกษาไทยศึกษาอยู่ประมาณ 110 คน นอกจากนี้ AMU ได้ผลิตบุคลากรที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในสังคมไทย เช่น นายกฤต อาทิตย์แก้ว อดีต สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดกำแพงเพชร รศ. ดร. จรัญ มะลูลีม อ. ประจำคณะรัฐศาสตร์ ม. ธรรมศาสตร์ และ ดร. ศราวุธ อารีย์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นต้น ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่จะสามารถสร้างการยอมรับในหมู่ชาวมุสลิมใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้

การส่งเสริมการศึกษาในสายสามัญนี้ จะเป็นการเพิ่มทางเลือกและสร้างวิชาชีพให้กับนักศึกษาไทยมุสลิม ซึ่งเป็นอีกความพยายามหนึ่งของรัฐบาลไทยที่ต้องการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืนในระยะยาวด้วยการใช้หลักการพัฒนา

2) การสร้างเครือข่ายนักศึกษาไทยในอินเดีย

ปัจจุบันมีนักศึกษาไทยศึกษาอยู่ในอินเดียประมาณ 1,500 คน อยู่ภายใต้การดูแลรับผิดชอบของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี และสถานกงสุลใหญ่ทั้ง 3 แห่ง คือ ที่มุมไบ กัลกัตตา และเจนไน
สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้จัดการประชุมผู้แทนนักเรียนไทยในอินเดียขึ้นที่กรุงนิวเดลี ระหว่างวันที่ 4 – 5 สิงหาคม 2557 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างเครือข่ายระหว่างนักศึกษาไทยในอินเดียกับสถานเอกอัครราชทูตฯ /สถานกงสุลใหญ่ฯเพื่ออำนวยความสะดวกและแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่างๆให้กับนักเรียนไทยตลอดจนค้นหาความเป็นเลิศของมหาวิทยาลัยนั้นๆที่นักศึกษาไทยศึกษาอยู่เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนไทยเดินทางมาศึกษาต่อซึ่งจะเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ในระดับประชาชนต่อประชาชนของทั้งสองประเทศต่อไป

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีทรงส่งนักเรียนโรงเรียนตชด. เดินทางมาศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาที่ประเทศอินเดีย ตั้งแต่รุ่นที่ 1 – 9 (.. 2549 – 2557) ปัจจุบันในอินเดียมีนักเรียนในพระราชานุเคราะห์ฯ ทั้งสิ้น 6 คนศึกษาอยู่ที่เมืองปูเน่รัฐมหาราษฏระ

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี
20 มกราคม 2558