ศาสนา

ความสัมพันธ์ด้านศาสนา

การที่อินเดียเป็นแหล่งกำเนิดพุทธศาสนา เป็นประเทศที่ประดิษฐานพุทธสังเวชนียสถานต่างๆ คือ สถานที่ตรัสรู้ที่พุทธคยา สถานที่แสดงปฐมเทศนาที่เมืองสารนาถ และสถานที่ทรงดับขันธ์ปรินิพพานที่เมืองกุสินารา ทำให้มิติงานด้านศาสนาของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี มีความเป็นเอกลักษณ์และเข้มข้น แตกต่างออกไปจากสถานเอกอัครราชทูตฯ ต่างๆ ทั่วโลก

ปัจจุบันมีวัดไทยจำนวน 25 วัดตั้งในบริเวณสังเวชนียสถานทั้ง 3 แห่ง ในประเทศอินเดีย คือ ที่พุทธคยาสถาน ที่ทรงตรัสรู้ ที่เมืองพาราณสี สถานที่ทรงแสดงธรรมจักรกัปปวัตนสูตร (ธำ มะ จัก กระ ปะ วัต ตะ นะ สูต) และที่เมืองกุสินารา สถานที่เสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน

นโยบายหลักของสถานเอกอัครราชทูตฯ

1) การสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ที่ดีกับหน่วยงานอินเดีย

ในปัจจุบันมีชาวไทยพุทธเดินทางมาแสวงบุญในอินเดียกว่า 85,000 คนต่อปี สถานเอกอัครราชทูตฯ และสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองกัลกัตตา มีนโยบายสร้างเครือข่าย และความสัมพันธ์ที่ดีกับหน่วยงานภาครัฐอินเดียที่ดูแลรับผิดชอบเขตสังเวชนียสถานต่างๆ ทำให้ฝ่ายอินเดียมีความรู้สึกที่ดีกับชาวไทยและประเทศไทย ส่งผลให้ผู้แสวงบุญชาวไทยพุทธได้รับความสะดวกสบายเมื่อเดินทางมาแสวงบุญในอินเดีย และเป็นผลดีกับความสัมพันธ์ในระดับประชาชนกับประชาชนของทั้งสองประเทศ

2) การสนับสนุนการทำงานของพระธรรมทูตไทยสายอินเดีย – เนปาล

สถานเอกอัครราชทูตฯ ดำเนินนโยบายสนับสนุนการทำงานของสำนักงานพระธรรมทูตสายอินเดีย – เนปาล เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระดับประชาชน อาทิ การสร้างที่พักระหว่างเส้นทางแสวงบุญให้กับผู้แสวงบุญชาวไทย การสร้างวัดไทยเชตวันมหาวิหาร เมืองสาวัตถี การช่วยเหลือพัฒนาชุมชนท้องถิ่นผ่านโครงการคลินิกรักษาพยาบาลผู้ยากไร้ และโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ เป็นต้น

ล่าสุด เมื่อปลายเดือนมีนาคม 2557 สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้จัดการประชุมคณะสงฆ์ไทยในอินเดีย ภายใต้หัวข้อ “จากอดีต สู่ปัจจุบัน และมุ่งอนาคต” โดยมีพระเทพโพธิวิเทศ หัวหน้าพระธรรมทูตสายอินเดีย – เนปาล และเจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา พระโพธินันทมุนี หัวหน้าพระธรรมทูตสายอินเดีย – เนปาล (ธรรมยุติ) และเจ้าอาวาสวัดป่าพุทธคยา และเอกอัครราชทูตฯ ร่วมเป็นประธานในการประชุม ซึ่งข้อสรุปที่สำคัญ คือ สถานเอกอัครราชทูตฯ จะสนับสนุนการทำงานของพระธรรมทูตฯ ในทุก ๆ ด้าน มุ่งสร้างเครือข่ายและสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนท้องถิ่นอินเดีย และมุ่งเผยแผ่พุทธศาสนาออกไปยังพื้นที่นอกเขตสังเวชนียสถานของอินเดีย

คณะพระธรรมทูตไทยสายอินเดีย – เนปาล ได้ปฏิบัติหน้าที่ในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาในอินเดียอย่างแท้จริง เป็นผู้เสียสละทั้งกายและจิตใจ ซึ่งความเป็นอยู่ตลอดจนการติดต่อประสานงานกับฝ่ายอินเดียล้วนแล้วแต่มีความยากลำบากกว่าพระสงฆ์ไทยที่ทำหน้าที่อยู่ในประเทศอื่นๆ นอกจากนี้ ยังได้ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินนโยบายการทูตสาธารณะ (Public Diplomacy) นำมาซึ่งการสร้างภาพลักษณ์ที่ดียิ่งต่อประเทศไทยและคนไทย กล่าวได้ว่า การส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย-อินเดียในระดับประชาชนกับประชาชน อาจไม่ประสบผลสำเร็จหากไม่ได้รับความร่วมมือที่ดีจากสำนักงานพระธรรมทูตไทยสายอินเดีย – เนปาล

3) นโยบาย Outreach พุทธศาสนาไปยังพื้นที่ต่างๆ ของอินเดีย

สถานเอกอัครราชทูตฯ มีเป้าหมายมุ่งที่จะนำพาและเผยแพร่พุทธศาสนาไปยังพื้นที่ในภาคต่างๆ ของอินเดีย แทนการกระจุกตัวอยู่เฉพาะในเขตสังเวขนียสถาน เช่น ในรัฐชัมมูและแคชเมียร์

รัฐมหาราษฏระ และรัฐอัสสัม เพื่อใช้พุทธศาสนาเป็นสื่อกลางในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนต่อประชาชน และสร้างความเข้าใจและภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในสายตาของชาวอินเดีย

แนวทางการเผยแผ่พุทธศาสนาในอินเดียตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันได้กระจุกตัวอยู่เฉพาะในเขตสังเวชนียสถาน ซึ่งปัจจุบันอาจกล่าวได้ว่าพื้นที่และชุมชนท้องถิ่นในบริเวณนี้มีการพัฒนาและประชากรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ก็เนื่องมาจากผลพวงของการเดินทางมาแสวงบุญของชาวพุทธจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงพุทธศานิกชนชาวไทย

ในช่วง 9 – 12 ตุลาคม 2557 ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศได้เชิญผ้ากฐินพระราชทานมาทอดถวายที่วัดมหาโพธิเชตวัน ซึ่งเป็นวัดเถรวาท ในเขตลดาข รัฐชัมมูและแคชเมียร์ ซึ่งเป็นการวางรากฐานการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทยกับอินเดียในระดับประชาชนกับประชาชนในเขตลดาขด้วย

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี
20 มกราคม 2558